โรคภูมิแพ้ อาการต่างจาก โรคหวัดอย่างไร ? - Siri Allergy guard

11:36 Siri Allergyguard 0 Comments




โรคภูมิแพ้ อาการต่างจาก โรคหวัดอย่างไร


ยอมรับตามตรงว่าเคยแยกไม่ออก ระหว่าง อาการของโรคภูมิแพ้ กับ อาการของโรคหวัด จนวันที่คุณหมอกรุณาอธิบายให้ฟัง หลังจากนั้นก็แยกออกได้มากขึ้นและสามารถปฏิบัติตัวเพื่อรับมือได้อย่างถูกต้อง ดังนั้นวันนี้จึงขอมาเล่าถึงความแตกต่างระหว่างสองโรคนี้ให้ฟัง เพื่อทุกคนจะได้ปฏิบัติตัวได้อย่างถูกต้องเช่นเดียวกัน



อาการของโรคภูมิแพ้ หรือโรคแพ้อากาศ


อาการภูมิแพ้ จะกำเริบขึ้นเมื่อมีสิ่งกระตุ้น เช่น ไรฝุ่น แมลงสาบ เชื้อรา หรือ อากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ผนวกกับความเครียดวิตกกังวล การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เหล่านี้ล้วนสามารถกระตุ้นให้เกิดอาการภูมิแพ้ได้ทั้งสิ้น ซึ่งลักษณะอาการและระดับอาการก็จะแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็นอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม คันจมูก คันตา ระคายคอ ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะมีลักษณะเป็น ๆ หาย ๆ และมักมีอาการในช่วงเช้าหรือหัวค่ำมากกว่าในช่วงเวลาอื่น ๆ เพราะเป็นข่วงเวลาที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนนั่นเอง

อาการของโรคหวัด ต่างจากโรคภูมิแพ้


อาการจะเกิดจะขึ้นได้ก็ต่อเมื่อภูมิต้านทานในร่างกายลดต่ำลงและมีการติดเชื้อไวรัส ซึ่งสาเหตุของการติดเชื้อไวรัสนั้นมีได้หลายสาเหตุด้วยกัน เช่น ความเครียด การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ สัมผัสกับอากาศเย็นจัดหรือร้อนจัด สัมผัสกับอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือติดเชื้อไวรัสจากผู้ที่ป่วยอยู่แล้วแพร่เชื้อให้กับเรา ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหวัด มีหลายตัว ซึ่งโดยปกติแล้วอาการจากโรคหวัดจะหายเองได้ ภายใน 7-10 วัน หากผู้ป่วยปฏิบัตตัวอย่างถูกต้องเหมาะสม คือ ดื่มน้ำบ่อย ๆ พักผ่อนให้มาก รักษาความอบอุ่นให้กับร่างกาย และรับประทานยาลดไข้ได้ เมื่อรู้สึกว่าไข้ขึ้นสูง ส่วนอาการของโรคหวัดนั้น ผู้ป่วยมักจะมีไข้ อ่อนเพลีย ปวดหรือมึนศีรษะ มีเสมหะ คัดจมูก น้ำมูกไหล ซึ่งน้ำมูกของอาการหวัดนั้น จะใสหรือมีสีขุ่นก็ได้

จากข้างต้น จะสังเกตได้ว่า แม้สาเหตุของโรคจะแตกต่างกัน คือ โรคหวัดมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัส ส่วนโรคภูมิแพ้มีสาเหตุมาจากสิ่งกระตุ้น แต่ปัจจัยที่ทำให้ติดเชื้อหรือภูมิต้านทานต่ำลง ก็คล้ายคลึงกัน ได้แก่ การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียดวิตกกังวล การอยู่ในสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงปัจจัยที่เป็นสาเหตุเหล่านี้ จะเป็นการดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม สำหรับใครที่มีอาการเรื้อรังเป็น ๆ หาย ๆ ตลอดปีนั้น จะเข้าข่ายโรคภูมิแพ้ ควรหลีกเลี่ยงจากสิ่งกระตุ้นและสารก่อภูมิแพ้เป็นเรื่องสำคัญ และในปัจจุบันกีมีตัวช่วยมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น ปลอกหมอนกันไรฝุ่น เครื่องดูดฝุ่นผ่านน้ำ เครื่องกรองอากาศ และอื่น ๆ ให้เลือกใช้ได้ตามความต้องการ

นอกจากนั้น ยังควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ควรเป็นการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมกับสภาพร่างกาย ไม่หักโหมจนเกินไป คือ เริ่มต้นออกกำลังกาย 30 นาที 3-5 วันต่อสัปดาห์ จากนั้นเมื่อร่างกายปรับตัวให้ชินกับระดับความหนักและระยะเวลาแล้ว จึงค่อย ๆ เพิ่มความหนักและระยะเวลาเข้าไป วิธีนี้จะทำให้ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องได้สำเร็จ ไม่เหนื่อยหรือทรมานมากจนตัดใจล้มเลิกไปเสียก่อน และจะส่งผลดีต่อสุขภาพร่างกาย ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานและแข็งแรงให้กับร่างกายมากขึ้น จนอาการภูมิแพ้ลดลงและกลับมาหายดีเป็นปกติได้ในที่สุด

---------------------------------

สำหรับท่านที่สนใจสั่งซื้อ ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น ที่ผ่านการทดสอบจากศูนย์วิจัยไรฝุ่นศิริราช ผลงานวิจัยโดยมหาวิทยาลัยมหิดล สามารถติดต่อสั่งซื้อได้ที่


TEL : 099-280-3706

LINE ID : @siriallergy (อย่าลืมใส่ "@" นำหน้านะคะเดี๋ยวหากันไม่เจอ)

e-Mail : siriallergyguard@gmail.com





ดูสินค้าได้ที่ : 

http://www.siriallergyguard.com

ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่น Siri Allergy Guard

facebook page : 

https://www.facebook.com/siriallergyguard